Monthly Archives: January 2017

Digital Marketing Trends จากเรื่องเล่นๆ จะกลายเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญในปี 2017

Digital Marketing

การที่จะประสบความสำเร็จในการทำการตลาดออนไลน์ได้ ไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการแบบเดิมจากออฟไลน์ไปเป็นออนไลน์เท่านั้น จำเป็นต้องติดตามและปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำการตลาดในแต่ละช่วงเวลาด้วย

สำหรับทิศทางการตลาดของ Digital Marketing ในปี 2017 ถ้าใครติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงไอทีตลอดจนเรื่องราวของการตลาดออนไลน์ คงจับทางได้ว่าแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการใช้งานในเชิงไลฟ์สไตล์กำลังจะกลายเป็นช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น…

- Facebook Live มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก คงมองถึงอนาคตไว้แล้วว่าเครื่องมือตัวนี้จะมีอิทธิพลต่อการตลาดออนไลน์ ถึงแม้ตอนที่เปิดตัว Live จะเป็นเพียงฟังก์ชันการใช้งานหนึ่งที่จะทำให้ผู้คนในเครือข่ายของ Facebook แชร์เรื่องราวระหว่างกันได้แบบเรียลไทม์ในรูปแบบวิดีโอ แต่จากนั้นไม่นานก็แสดงศักยภาพในการเป็นช่องทางการตลาดออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน  เนื่องจากเป็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ที่สำคัญสามารถประเมินผลตอบรับทางการตลาดไปจนถึงยอดขายได้ในทันที นอกจาก Facebook Live แล้ว ต้องติดตาม Live Video Streaming ช่องทางอื่นๆ ด้วยว่าต่อจากนี้ไปจะมีช่องทางใดที่สามารถใช้ประโยชน์ในทางการตลาดแบบนี้ได้อีกบ้าง

- Chatbot หลายปีก่อน Chatbot ยังไม่ฉลาดเท่าไรถามอย่างตอบอีกอย่าง ตอบผิดตอบเพี้ยนจนถูกล้อเลียนเป็นที่สนุกสนาน แต่วันนี้ Chatbot ซึ่งถูกพัฒนาตามแนวทางของ Artificial Interlligence หรือ A.I. ชาญฉลาดมากขึ้นแล้ว แอปพลิเคชันแชตทั้งหลายทั้ง LINE, Facebook Messenger, Twitter และอื่นๆ ต่างก็ให้ความสนใจที่จะนำมาต่อยอดกับบริการของตน เนื่องจากมีจุดเด่นที่เอื้อต่อการทำการตลาดคือ ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่พลาดหรือตกหล่นในการตอบข้อสงสัยใดๆ จากลูกค้า อีกทั้งยังช่วยนำเสนอสินค้าและบริการให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจได้อีกด้วย

- Augmented Reality ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่แต่ได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากที่ค่าย Nintendo นำมาประยุกต์ใช้ในการเล่นเกม Pokemon Go เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาจนฮิตไปทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์การเล่นเกมที่ต้องบันทึกเอาไว้เลย เทคโนโลยี AR สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำกิจกรรมทางการตลาดของธรุกิจได้หลายอย่าง เช่น การค้นหา Item หรือ Point ในการแลกของรางวัลหรือสะสมคะแนน เป็นต้น

- Virtual Reality เทคโนโลยี AR เป็นการนำโลกเสมือนมาอยู่บนโลกความเป็นจริง ส่วน VR จะกลับกันเป็นการนำผู้ใช้งานเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนเพื่อทำสิ่งต่างๆ ผ่านแว่นตา VR ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เป็นอีกช่องทางของ Digital Marketing ที่ได้รับการพูดถึงว่าจะเป็นเทรนด์ในปี 2017 นักการตลาดควรวางแผนว่าจะนำสินค้าไปอยู่ในโลกเสมือนในรูปแบบใดที่จะให้ผู้ใช้เทคโนโลยี VR ได้เห็น สัมผัส และเกิดการรับรู้ ส่วนทิศทางการตลาดด้านอื่นๆ โดยรวมแล้วยังคงอยู่บนพื้นฐานเดิม แต่จำเป็นต้องเพิ่มเติมกลยุทธ์อะไรบางอย่างบ้าง อย่างเช่น…

- Interactive Content ควรมีการสร้างคอนเทนต์ที่กลุ่มเป้าหมายสามารถโต้ตอบหรือมีส่วนร่วมได้ เพื่อดึงดูดความสนใจและการมีส่วนร่วมในเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ

- Serialized Content คอนเทนต์ที่สร้างขึ้นไม่จำเป็นต้องสรุปและจบในครั้งเดียว อาจสร้างเป็นเรื่องราวในลักษณะของซีรีย์เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ ที่สำคัญคือการดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายกลับมาติดตามเรื่องราวของสินค้าและบริการอีกครั้งหนึ่ง

- Influencer Marketing ใช้ประโยชน์จากผู้ที่มีอิทธิพลต่อสินค้าและบริการที่ได้รับความเชื่อถือในการนำเสนอข้อมูลและมีผู้ติดตามจำนวนมาก เช่น Blogger ที่มีชื่อเสียงซึ่งมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการในด้านหนึ่งด้านใดโดยเฉพาะในการเผยแพร่ข้อมูลหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ วิธีนี้นอกจากข้อมูลของธุรกิจที่ต้องการนำเสนอจะถูกเผยแพร่ในวงกว้างแล้ว การรีวิวของผู้ที่มีอิทธิพลต่อสินค้ายังส่งผลต่อการตัดสินใจและใช้บริการของกลุ่มเป้าหมายด้วย

- Native Advertising ควรคิดค้นวิธีการนำเสนอสินค้าและการโฆษณาที่กลมกลืนไปกับคอนเทนต์ หรือการโฆษณาที่ไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่ากำลังถูกเสนอขายสินค้า ผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ไม่ว่าจะในช่องทางใด เว็บไซต์ Social Network หรือ YouTube ต่างก็ไม่ชอบที่การติดตามข้อมูลหรือรับชมความบันเทิงจะต้องสะดุดจากการมีโฆษณา ไม่เพียงทำให้เสียอารมณ์ อาจถึงขั้นเกิดความไม่พึงพอใจต่อสินค้าไปเลยก็ได้ ดังนั้นพยายามหลีกเลี่ยงการทำโฆษณาแบบตรงไปตรงมาหรือว่า Hard Sell จนเกินไป

สุดท้ายไม่ว่าจะทำอะไรให้คำนึงถึง “Mobile First” ไว้เสมอ สิ่งที่ทำควรรองรับและแสดงผลได้ดีบนสมาร์ทโฟน เพราะเป็นเสมือนประตูสู่การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของธุรกิจนั่นเอง Its personalities were largely incompatible proessaywriting.org with one another and with the overall mission of the band

นับถอยหลัง เทคโนโลยียานยนต์สุดล้ำกับ Driverless Taxi รถยนต์ไร้คนขับ!

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นและใช้บริการรถรับส่งสาธารณะที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน นับว่าเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่งซึ่งมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยี แต่ดูเหมือนว่าบริการดังกล่าวนี้จะมีวิวัฒนาการเร็วกว่าที่คิด เพราะในปี 2018 หรือในอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้

เราจะได้เห็นอีกมิติหนึ่งของการให้บริการรถรับ-ส่งผ่านแอปพลิเคชันนั่นคือ การนำเอารถยนต์ไร้คนขับหรือที่เรียกว่า Driverless Car มาให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความปลอดภัยและมาตรฐานการให้บริการที่ดีขึ้น ลดปัญหาเรื่องของบุคลากรที่มักได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าอยู่เสมอๆ

บริษัทที่มีการพัฒนา Driverless Taxi พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายว่าจะนำมาให้บริการเร็วๆ นี้มีอยู่ 2-3 ราย คือ nuTonomy บริษัทสตาร์ทอัพผู้พัฒนาเกี่ยวกับซอฟต์แวร์รถยนต์ไร้คนขับ ได้นำซอฟต์แวร์ไปทดลองใช้ในรถยนต์ Renault Zoe และ Mitsubishi i-MiEV โดยในขณะนี้กำลังวิ่งทดสอบการให้บริการอยู่ในประเทศสิงคโปร์

Driverless Taxi

Cr:http://www.motorshop.online/wp-content/uploads/2016/08/Driverless-Taxi-01-1050×600.jpg

nuTonomy ถือว่าเป็นรายแรกที่เริ่มนำรถยนต์ไร้คนขับมาวิ่งทดสอบการให้บริการแบบสาธารณะ จากนั้นไม่นาน Uber ผู้ให้บริการรถรับ-ส่งผ่านแอปพลิเคชันที่มีเครือข่ายในหลายประเทศทั่วโลกก็ได้เปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับของตนเอง พร้อมกับทำการวิ่งทดสอบในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา

ทาง nuTonomy มีกำหนดการชัดเจนว่าหากไม่มีข้อผิดพลาดอะไรหรือว่าสามารถแก้ไขปัญหาที่สำคัญๆ ได้เป็นที่เรียบร้อย จะเริ่มให้บริการ Driverless Taxi อย่างเป็นทางการในปี 2018 ส่วนทาง Uber ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน แต่คงให้บริการได้ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันสักเท่าไร

ผู้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับอีกรายที่มีความชัดเจนและดูเหมือนว่าจะมีรูปแบบที่ก้าวหน้ากว่าใครๆ ก็คือ Google เพราะไม่เพียงแค่พัฒนาในเรื่องของซอฟต์แวร์ที่จะนำไปติดตั้งเพื่อให้รถยนต์ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองเท่านั้น แต่ Google ยังได้สร้างรถยนต์ไร้คนขับของตัวเองขึ้นมาด้วย

Google Driverless Taxi

Cr: http://i.kinja-img.com/gawker-media/image/upload/t_original/gwor8q21cikdtqn8bjlt.png

Google เริ่มพัฒนารถยนต์ไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2009 เริ่มจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นมาก่อนแล้วไปติดตั้งและทดสอบในรถยนต์ Toyota Prius ครั้งแรกเริ่มวิ่งทดสอบบนฟรีเวย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนปี 2012 ได้เปลี่ยนรถต้นแบบในการทดสอบเป็นรถยนต์ Lexus RX450h พร้อมทั้งทดสอบการขับขี่ในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น

google self driving car 2016

 

Cr: http://www.genxisocialbuzz.com/index.php/google-io-here-are-17-new-photos-of-googles-self-driving-car/

จนเมื่อปี 2014 เมื่อ Google พิจารณาแล้วว่าซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นนั้นมีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่งจึงได้สร้างรถยนต์ไร้คนขับของตัวเองขึ้นมาโดยเฉพาะมีชื่อว่า Google Self-Driving Car เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มีดีไซน์ทันสมัย และเพื่อให้รถยนต์คันดังกล่าวนี้สะท้อนถึงการเป็นรถยนต์ไร้คนขับอย่างแท้จริง ในห้องโดยสารบริเวณคอนโซลหน้าไม่มีทั้งพวงมาลัยคันเร่ง หรือแม้แต่คันเหยียบเบรกติดตั้งเอาไว้เลย จะมีปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียวเท่านั้นในการสั่งงานว่าจะให้รถขับเคลื่อนหรือว่าหยุด (Start/Stop Button)

ทั้งรถยนต์และซอฟต์แวร์ของ Google ดูเหมือนว่าจะพร้อมแล้ว แต่ที่ยังไม่มีการนำไปจำหน่ายและใช้งานจริงเพราะยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาว่า Google จะผลิตและขายเอง หรือว่าจะมอบลิขสิทธิ์ในการผลิตให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใด แต่คาดว่าภายในปี 2020 คงได้เห็น Google Self-Driving Car ในการให้บริการสาธารณะอย่างแน่นอน

Driverless Taxi เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาของ Driverless Car ซึ่งไม่ได้มีเพียงซอฟต์แวร์ในการควบคุมรถให้สามารถเคลื่อนที่ไปบนท้องถนนและหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เท่านั้น แต่ยังต้องมีซอฟต์แวร์อีกชุดหนึ่งในการรับคำสั่งจากศูนย์หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางเพื่อให้บริการผู้โดยสาร กล่าวได้ว่า Driverless Taxi เป็นตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Thing ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนมากขึ้น

Source :http://nutonomy.com/ , https://www.google.com/selfdrivingcar/ Clapton, in particular, was meant for far assignment helper greener pastures and found himself particularly moved by the musical purity of the work his friends in the band were doing with bob dylan in the natural splendor of upstate new york